HuaHin Next-Gen People

Think In Factory สตูดิโอเบื้องหลังแบรนด์ดัง กับความฝันที่จะใช้ดีไซน์สร้างคุณค่าให้เมืองหัวหิน

ถ้าออกแบบแบรนด์ได้ ทำไมจะออกแบบหัวหินไม่ได้? ร้านกาแฟอย่าง Velo, Norm, Chiffon และ Rock ‘N Roast เป็นชื่อที่หลายคนในหัวหินคุ้นเคย แต่เคยสงสัยไหมว่า ใครอยู่เบื้องหลังการออกแบบตัวตนของแบรนด์เหล่านี้ และทำไมงานออกแบบจึงมีความสำคัญมากกว่าแค่การมีโลโก้สวย ๆ

HuaHin Town พามาคุยกับ คุณตั๊บ-กฤษฏิ์ เกษางาม และคุณเอ็ด-ศรัณย์ อัศวประเสริฐดี สองผู้ร่วมก่อตั้ง Think In สตูดิโอออกแบบและสร้างแบรนด์ ที่มีความคิดน่าสนใจว่า หากงานออกแบบช่วยสร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้ แล้วทำไมเราจะนำแนวคิดเดียวกันมาใช้กับเมืองหัวหินไม่ได้?


รู้จักกับ Think In Factory

คุณตั๊บเป็นทายาทของ บ้านศิลปินหัวหิน พื้นที่ศิลปะที่สร้างชื่อให้กับเมืองมายาวนาน เติบโตในครอบครัวที่คุณพ่อและคุณแม่เป็นศิลปินวาดภาพที่มีชื่อเสียง ส่วนคุณเอ็ดเป็นผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์เครื่องหอม Smell Lemongrass ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ และ ร้านกาฝาก ร้านขนมปังสังขยาและเครื่องดื่มที่หลายคนในหัวหินรู้จักดี

หนึ่งคนเติบโตมากับศิลปะ อีกคนมีประสบการณ์สร้างแบรนด์และทำธุรกิจจริง เมื่อทั้งคู่มาร่วมงานกัน จึงเกิดเป็น Think In ที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับมุมมองทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ และยังมี “ซีตรอง” Creative มากฝีมือที่ช่วยในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน


จากลูกค้ากับดีไซเนอร์ สู่ Think In

ก่อนจะมี Think In คุณตั๊บทำงานออกแบบอิสระเพียงลำพัง จนถึงช่วงที่มีงานเข้ามามากเกินกว่าจะรับไหว

“เหมือนคอมแรมมันเต็ม… งานล้นมือบ้าง รับงานเดียวปึ๊บเรารับงานอื่นต่อไม่ได้”

ขณะที่คุณเอ็ดเข้ามาในฐานะลูกค้าที่เคยจ้างคุณตั๊บออกแบบแบรนด์เมื่อราว 3–4 ปีก่อน ทั้งคู่เริ่มพูดคุยและพบว่าความถนัดของแต่ละคนสามารถเติมเต็มกันได้อย่างลงตัว

“ส่วนมากเราจะคิดในมุมมองดีไซเนอร์ ส่วนพี่เอ็ดเขาก็จะมองมุมผู้ประกอบการ” คุณตั๊บอธิบาย

จากเดิมที่นักออกแบบอาจมุ่งคิดว่างานจะออกมาสวยอย่างไร ก็มีมุมมองทางธุรกิจเข้ามาช่วยตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า แบรนด์นี้ขายอะไร ขายให้ใคร มีจุดแข็งตรงไหน และจะเติบโตต่อไปอย่างไร

แม้แต่ชื่อ Think In ก็เกิดจากการปรับแนวคิดให้เรียบง่าย จำง่าย และใช้งานได้จริง ทั้งคู่ต้องการสร้างสตูดิโอที่เป็นเหมือน ฟันเฟืองเล็ก ๆ ของวงการสร้างสรรค์ เข้าถึงง่าย และเป็นเพื่อนที่คอยให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ มากกว่าจะเป็นบริษัทออกแบบที่ลูกค้ารู้สึกเข้าถึงยาก

ซีตรอง | ตั๊บ | เอ็ด

Branding ไม่ใช่แค่โลโก้ แต่คือการค้นหาตัวตน

หนึ่งในความเชื่อสำคัญของ Think In คือทุกธุรกิจมีตัวตนของตัวเอง และงานออกแบบที่ดีควรเริ่มจากการค้นหาสิ่งนั้นให้พบ

“คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า Branding เท่ากับโลโก้ แต่จริง ๆ มันไม่ใช่ มันเป็นเรื่องจุดยืนธุรกิจกับ Vision” คุณตั๊บอธิบาย

ก่อนเริ่มออกแบบ ทีมจะพูดคุยกับเจ้าของธุรกิจเพื่อทำความเข้าใจประวัติ ความคิด และเป้าหมาย แล้วนำมาสร้างเป็นบุคลิกของแบรนด์ หรือ Brand Personality ก่อนต่อยอดไปสู่โลโก้ สี ตัวอักษร แพ็กเกจจิง ไปจนถึงบรรยากาศของร้านและประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ

อย่าง Velo Cafe ร้านกาแฟที่มีภาพจำเกี่ยวข้องกับจักรยานมายาวนานกว่า 10 ปี ทีมไม่ได้เลือกทิ้งตัวตนเดิม แต่ผสมผสานเรื่องจักรยานเข้ากับแนวคิดกาแฟกระป๋องและการรีไซเคิล เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้เป็นจุดหมายของคนที่อยากดื่มกาแฟดี ๆ เมื่อมาหัวหิน

ส่วน Chiffon เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะแม้จะเป็นร้านขนม แต่ตัวตนของเจ้าของกลับไม่ได้หวานละมุนเหมือนภาพจำร้านเบเกอรี่ทั่วไป เจ้าของมีความเป็นร็อก ชอบความเท่และบุคลิกที่ชัดเจน งานออกแบบจึงสะท้อนตัวตนนั้นออกมาผ่านภาพลักษณ์ที่โดดเด่น โดยใช้ สีดำเป็นโทนหลักของร้าน

ขณะที่ เจริญศรี เป็นแบรนด์เบเกอรี่ที่มีจุดยืนแตกต่างออกไป เน้นการทำขนมด้วยความตั้งใจเหมือนทำกินเองที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องเร่งขยายสาขา แต่เลือกทำธุรกิจในแนวทางที่เจ้าของเชื่อมั่น

“เขาจะมีจุดยืนเขาอยู่ว่าเขาจะทำอะไร และเขาจะไม่ทำอะไร… ทำเหมือนทำกินเองที่บ้าน… เล็กและดี”

สำหรับ Think In ความสำเร็จของงานจึงไม่ได้จบลงในวันที่ส่งมอบโลโก้ แต่รวมไปถึงการได้เห็นเจ้าของแบรนด์นำแนวคิดเหล่านั้นไปต่อยอด จนธุรกิจมีภาพจำที่แข็งแรงและเติบโตขึ้น

คุณตั๊บบอกว่าทุกผลงานล้วนเป็นครู และสิ่งที่ทำให้เขาดีใจที่สุดอย่างหนึ่งคือการได้เห็นว่า พลังของ Branding สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ธุรกิจได้จริง


หัวหินมีเสน่ห์ แต่จะรักษาเสน่ห์นี้ไว้อย่างไร?

เมื่อชวนทั้งคู่มองภาพเมืองหัวหิน คุณเอ็ดซึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่กว่า 12 ปี บอกว่าสิ่งที่เขาชอบคือความพอดีของเมือง

“มันมีเสน่ห์ตรงความวินเทจนิด ๆ แล้วก็มีความเจริญระดับนึง ร้านค้าอาจไม่เยอะเท่ากรุงเทพฯ แต่มีเสน่ห์ดึงดูด”

ส่วนคุณตั๊บที่เกิดและเติบโตในหัวหิน มองว่าเมืองกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่โชคดีที่ยังมีบุคลิกและกลิ่นอายบางอย่างของหัวหินหลงเหลืออยู่

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทั้งคู่เป็นห่วงคือการแข่งขันที่สูงขึ้นจากธุรกิจและแบรนด์ใหญ่ที่เข้ามาลงทุน ขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นจำนวนมากมีสินค้าดีอยู่แล้ว แต่อาจยังขาดการสร้างภาพลักษณ์ที่ช่วยสื่อสารคุณค่าเหล่านั้นให้ชัดเจน

คุณเอ็ดมองว่า การสร้างแบรนด์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินลงทุนมากกว่า แต่ต้องรู้ว่าตัวเองมีดีอะไร และทำอย่างไรให้ลูกค้าจดจำได้

คุณตั๊บสรุปแนวคิดสำหรับธุรกิจท้องถิ่นไว้อย่างน่าสนใจว่า

“ทำอะไรชัดเจน ‘เล็กและดี’ สำหรับปัจจุบันน่าจะเวิร์กสุด”

แต่สิ่งที่ทั้งคู่มองเห็นไม่ได้มีเพียงโอกาสของผู้ประกอบการ เพราะเมื่อมองออกไปยังถนน อาคาร และพื้นที่สาธารณะในหัวหิน พวกเขายังเห็นอีกโจทย์หนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือภาพลักษณ์โดยรวมของเมืองที่ยังขาดแนวทางการออกแบบร่วมกัน


ความฝันที่จะออกแบบตัวตนให้เมืองหัวหิน

หนึ่งในแนวคิดที่คุณตั๊บและคุณเอ็ดเคยพูดคุยกัน คือการสร้าง City CI หรือระบบอัตลักษณ์ของเมืองหัวหิน ให้มีทิศทางชัดเจนขึ้น

แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการออกแบบโลโก้เมืองขึ้นมาหนึ่งชิ้น แต่เป็นการสร้างแนวทางออกแบบที่เชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ตั้งแต่ป้ายร้านค้า สีสันอาคาร ป้ายบอกทาง พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงวิธีนำเสนอเรื่องราวของเมืองให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก

คุณเอ็ดมองว่าเสน่ห์ของหัวหินควรอยู่บนความ “สบายตา สบายใจ” และหากสามารถจัดระเบียบองค์ประกอบทางสายตาของเมืองให้กลมกลืนกันได้ ก็จะช่วยส่งเสริมบรรยากาศและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว

เขายกตัวอย่างการกำหนดแนวทางเรื่องป้ายร้านค้า แสงสว่าง หรือสีของอาคารในย่านที่มีเอกลักษณ์ เช่น ถนนนเรศดำริ หรือซอยบิณฑบาต เพื่อให้ภาพรวมของพื้นที่มีความเป็นระเบียบ โดยยังรักษาบุคลิกของแต่ละย่านไว้

ส่วนคุณตั๊บอยากเห็นการใช้ดีไซน์เพื่อเล่าเรื่องราวของหัวหิน เช่น การจัดทำ Information Board หรือป้ายข้อมูลตามจุดต่าง ๆ เพื่อเล่าประวัติศาสตร์ เรื่องราวของชุมชน และเกร็ดน่าสนใจที่นักท่องเที่ยวอาจไม่เคยรู้มาก่อน

“เมืองเรามีเรื่องราว แต่ยังไม่เคยเอามาเล่าให้ท่องเที่ยวได้ appreciate”

ลองคิดดูว่า หากเราเดินผ่านย่านเก่าในหัวหิน แล้วพบป้ายเล็ก ๆ ที่เล่าเรื่องอาคาร ถนน หรือเหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดขึ้นตรงนั้น การเดินเที่ยวธรรมดาก็อาจกลายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราเข้าใจและผูกพันกับเมืองมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเรื่องการจัดการทางเท้าและพื้นผิวของเมืองให้เรียบง่าย ดูสะอาดตา ใช้งานสะดวก และดูแลรักษาได้ง่าย เพราะสำหรับทั้งคู่ งานออกแบบเมืองไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ควรช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ดีขึ้นด้วย

แน่นอนว่าความฝันเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากสตูดิโอออกแบบเพียงแห่งเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างเทศบาล ผู้ประกอบการ ชุมชน และคนทำงานสร้างสรรค์ในเมือง

“มันต้องร่วมมือกันทุก ๆ ฝ่าย… ทาง Think In ก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำ ปรึกษาได้โดยไม่ต้องจ้างก็ได้” คุณเอ็ดกล่าว


ฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่อยากเห็นหัวหินดีขึ้น

หากมองไปถึงหัวหินในอีก 10 ปีข้างหน้า ทั้งคู่ไม่ได้อยากเห็นเมืองเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่ต้องการเห็นหัวหินที่ยังมีเสน่ห์แบบวันวาน ขณะเดียวกันก็มีระบบและภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น เป็นเมืองที่น่าเที่ยว น่าอยู่ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่นเติบโตไปด้วยกัน

ส่วน Think In ก็ยังอยากเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ใช้ความรู้ด้านศิลปะ งานออกแบบ และธุรกิจ เข้ามาช่วยสร้างคุณค่าให้ผู้ประกอบการและเมืองแห่งนี้

สำหรับเรา บทสนทนาครั้งนี้ทำให้เห็นว่า งานออกแบบไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างสิ่งใหม่ให้สวยงาม แต่ยังช่วยค้นหาคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้ว และทำให้ผู้คนมองเห็นคุณค่านั้นชัดเจนขึ้น

เช่นเดียวกับหัวหินที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ผู้คน ธุรกิจเก่าแก่ ศิลปะ และเรื่องราวอีกมากมายที่รอให้ถูกนำเสนออย่างน่าสนใจ

หัวหินไม่จำเป็นต้องถูกออกแบบให้เป็นเมืองใหม่ทั้งหมด แค่เราช่วยกันทำให้ตัวตนที่มีอยู่แล้วของเมืองชัดเจนและงดงามขึ้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนตกหลุมรักหัวหินได้อีกครั้ง


ติดตาม Think In Factory

💙 Facebook : https://www.facebook.com/Thinkinfactory
🌐 Website : https://thinkinfactory.com/
📷 Instagram : https://www.instagram.com/think.in.factory

Avatar photo
พวกเราหัวหินทาวน์ จะมาบอกเล่าเรื่องราวดีดีๆเกี่ยวกับหัวหินให้เพื่อนๆได้ชมกันนะคะ คิดถึงหัวหิน คิดถึงพวกเรา หัวหินทาวน์