สาระน่ารู้

ธุรกิจ Daycare ทางเลือกใหม่ของคนอยากเป็น Entrepreneur

พฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนไปหลังยุคโควิด-19 ส่งผลโดยตรงต่อการเลี้ยงดูบุตรหลาน พ่อแม่จำนวนมากต้องทำงานแบบ Hybrid Work หรือ Remote Work ที่แม้จะอยู่บ้าน แต่ก็ไม่ได้มีเวลาทั้งหมดให้กับลูกเล็ก การมีธุรกิจ Daycare ที่ช่วยดูแลเด็กในช่วงเวลาที่ผู้ปกครองไม่สะดวก จึงกลายเป็นคำตอบที่น่าสนใจ และเป็นโอกาสใหม่สำหรับผู้ที่อยากลงทุนในธุรกิจเพื่อครอบครัว

ธุรกิจ Daycare คืออะไร?

Daycare คือศูนย์ดูแลเด็กเล็กแบบชั่วคราว ที่เปิดรับเด็กตั้งแต่อายุประมาณ 6 เดือนจนถึงก่อนวัยอนุบาล จุดเด่นคือความยืดหยุ่นของการให้บริการ สามารถเลือกฝากเป็นรายชั่วโมง รายวัน หรือครึ่งวันได้ ต่างจากเนอสเซอรี่ที่เน้นการดูแลต่อเนื่องตามหลักสูตร

ธุรกิจรูปแบบนี้จึงเหมาะสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกในบางช่วงเวลา เช่น ระหว่างทำงาน ประชุม หรือออกไปทำธุระสั้น ๆ

ทำไมธุรกิจ Daycare ถึงน่าสนใจในยุคนี้?

  1. พฤติกรรมพ่อแม่ยุคใหม่ต้องการความยืดหยุ่น
     การทำงานแบบ Hybrid ทำให้บางวันอยู่บ้าน บางวันเข้าออฟฟิศ การฝากลูกแบบเต็มเวลาอาจไม่จำเป็น แต่การมี Daycare ใกล้บ้านหรือที่ทำงาน กลับตอบโจทย์ได้ตรงจุด
  2. ความสะดวกและความมั่นใจ
     ผู้ปกครองต้องการสถานที่ที่ปลอดภัย มีระบบการดูแลที่ชัดเจน และมีบุคลากรที่เข้าใจพัฒนาการเด็ก
  3. ตลาดใหม่ที่ยังไม่อิ่มตัว
     ในขณะที่ธุรกิจเนอสเซอรี่มีผู้เล่นจำนวนมาก ธุรกิจ Daycare ยังถือว่าใหม่ในประเทศไทย และสามารถออกแบบโมเดลได้หลากหลายตามทำเลและกลุ่มลูกค้า

รูปแบบธุรกิจ Daycare ที่กำลังมาแรง

  • Daycare ร่วมกับ Co-working Space
     พ่อแม่สามารถทำงานไปพร้อมกับฝากลูกไว้ใกล้ ๆ ได้
  • Daycare ในคาเฟ่หรือคอมมูนิตี้มอลล์
     เพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่และดึงดูดลูกค้าใหม่
  • Daycare แบบ Pop-up
     เปิดเป็นกิจกรรมชั่วคราวในห้างสรรพสินค้า หรือช่วงเทศกาลที่พ่อแม่ต้องการเวลาทำธุระ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มธุรกิจ Daycare

  1. กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย
    แม้จะไม่ซับซ้อนเท่าการเปิดโรงเรียน แต่ธุรกิจ Daycare ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยสูงสุด เช่น ประตูล็อกอัตโนมัติ กล้องวงจรปิด และบุคลากรที่ผ่านการอบรมการปฐมพยาบาล
  2. บุคลากรที่เข้าใจเด็กเล็ก
    ผู้ดูแลต้องใจเย็น เป็นมิตร และรู้วิธีจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น เด็กร้องไห้หรือทะเลาะกัน
  3. สถานที่และสิ่งแวดล้อม
    ต้องสะอาด ปลอดภัย และมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก เช่น มุมศิลปะ มุมอ่านนิทาน หรือสนามเด็กเล่นเล็ก ๆ
  4. ระบบการสื่อสารกับผู้ปกครอง
    การอัปเดตรายงานประจำวันหรือการส่งภาพกิจกรรมผ่าน LINE OA หรือแอปมือถือ จะช่วยสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจ

กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง

  • เน้นจุดขายเรื่อง “ความยืดหยุ่น” เช่น มีแพ็กเกจรายชั่วโมง รายวัน หรือสมาชิกแบบรายเดือน
  • สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนบ้าน เพื่อให้เด็กปรับตัวง่าย
  • จัดกิจกรรมเสริมที่ไม่ซ้ำใคร เช่น Cooking for Kids, Baby Yoga หรือ Music Class
  • ใช้การตลาดออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มพ่อแม่รุ่นใหม่ เช่น คอนเทนต์ให้ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็ก

ธุรกิจ Daycare ไม่ใช่แค่การฝากเลี้ยงเด็ก แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นสำหรับครอบครัวในยุคใหม่ หากผู้ประกอบการสามารถวางระบบที่โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่น และพัฒนาบริการที่แตกต่าง ธุรกิจนี้ก็มีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว และอาจกลายเป็นหนึ่งในโมเดลธุรกิจการศึกษาเด็กเล็กที่มาแรงที่สุดในอนาคต

Avatar photo
พวกเราหัวหินทาวน์ จะมาบอกเล่าเรื่องราวดีดีๆเกี่ยวกับหัวหินให้เพื่อนๆได้ชมกันนะคะ คิดถึงหัวหิน คิดถึงพวกเรา หัวหินทาวน์