ความแข็งแรงของร่างกายไม่ได้วัดกันแค่ที่มวลกล้ามเนื้อหรืออัตราการเต้นของหัวใจ แต่ระบบบัญชาการที่สำคัญที่สุดอย่างสมองและเส้นประสาทกลับเป็นส่วนที่ถูกละเลยมากที่สุด คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าโรคเกี่ยวกับระบบประสาทเป็นเรื่องไกลตัวที่จะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุ หรือต้องมีอาการรุนแรงอย่างอัมพฤกษ์อัมพาตเท่านั้นถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาล
ทว่าในความเป็นจริง อาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและถูกมองข้ามว่าเป็นเพียงสัญญาณของความเครียดหรือความเหนื่อยล้า อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบจากภายในที่กำลังเรียกร้องให้คุณไปปรึกษาหมอสมองและระบบประสาทก่อนที่ความเสียหายจะขยายวงกว้างจนยากจะฟื้นฟู

- อาการชาตามปลายมือปลายเท้าที่มักถูกทึกทักว่าเป็นออฟฟิศซินโดรม
อาการยอดฮิตของคนทำงานคือการรู้สึกชาตามนิ้วมือ ฝ่ามือ หรือลามไปถึงปลายเท้า ซึ่งคนส่วนใหญ่มักแก้ปัญหาด้วยการซื้อยาคลายกล้ามเนื้อมารับประทานเองหรือไปนวดแผนโบราณ เพราะคิดว่าเป็นผลมาจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน
แต่ในแง่ของข้อเท็จจริงทางการแพทย์ อาการชาเหล่านี้อาจเกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทส่วนปลาย การตีบแคบของช่องกระดูกสันหลัง หรือการถูกกดทับของเส้นประสาทในจุดสำคัญ การเข้ารับการตรวจเช็กกับหมอสมองและระบบประสาทจะช่วยให้ได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อเพื่อหาจุดที่เส้นประสาทเสียหายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งการรักษาที่ตรงจุดตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบและอาการชาถาวรที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
- อาการปวดหัวเรื้อรังและวูบเวียนศีรษะที่กินยาแก้ปวดไม่หาย
ทุกคนเคยมีประสบการณ์ปวดหัว แต่หากอาการปวดนั้นมีความถี่เพิ่มขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีลักษณะปวดตุบๆ ข้างเดียวร่วมกับอาการคลื่นไส้ตาพร่ามัว รวมถึงอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนบ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ไม่ควรระงับด้วยการกินยาพาราเซตามอลไปวันๆ การเข้าพบหมอสมองและระบบประสาทเพื่อคัดกรองความเสี่ยงถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากอาการปวดหัวเรื้อรังอาจไม่ใช่แค่โรคไมเกรนทั่วไป แต่ออาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ของความดันในสมองผิดปกติ หลอดเลือดสมองโป่งพอง หรือแม้กระทั่งเนื้องอกในสมอง การทำเอ็มอาร์ไอ (MRI) หรือซีทีสแกน (CT Scan) ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญจะช่วยตัดความเสี่ยงร้ายแรงและทำให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง
- ความจำถดถอยและพฤกติกรรมเปลี่ยนไปกะทันหันที่ไม่ใช่เรื่องของอายุ
การลืมกุญแจบ้านหรือนึกชื่อคนไม่ออกเป็นครั้งคราวอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีปัญหาความจำระยะสั้นที่กระทบต่อการใช้ชีวิต สับสนทิศทางในเส้นทางที่คุ้นเคย หรือมีอารมณ์แปรปรวนพฤกติกรรมเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน นี่ไม่ใช่กระบวนการเสื่อมตามวัยปกติ หากแต่เป็นสัญญาณเตือนของกลุ่มโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ระยะแรก
การพาผู้ป่วยมาพบหมอสมองและระบบประสาท เพื่อทำแบบทดสอบสมรรถภาพสมองและตรวจเช็กระบบไหลเวียนโลหิตในสมองจะช่วยให้ชะลอการเสื่อมของเซลล์สมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเซลล์สมองเมื่อเสียหายไปแล้วจะไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ การยืดอายุการใช้งานของสมองจึงต้องทำตั้งแต่เริ่มมีอาการแรกเริ่ม
สุดท้ายแล้ว การดูแลระบบประสาทไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้เกิดวิกฤตสุขภาพ การสังเกตและฟังเสียงเตือนของร่างกายอยู่เสมอจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงได้อย่างมหาศาล หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเผชิญกับอาการผิดปกติทางร่างกายที่หาสาเหตุไม่ได้และเรื้อรังเป็นเวลานาน การสละเวลาไปพบหมอสมองและระบบประสาทเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ถือเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้ระบบสั่งการหลักของร่างกายยังคงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกช่วงวัย


