บางที “งานศิลปะ” ไม่ได้เกิดจากคนที่วาดรูปเก่งตั้งแต่แรก…แต่เกิดจากคนที่ กล้าลอง กล้าพัง และกล้าเป็นตัวเอง นี่คือเรื่องราวของ “คุณนุ่น นขวรรณ โตวิเศษ” ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลัง “กำแพงพฤกษา” งานที่ทำให้ “ธรรมชาติหลากสี” ไปเติบโตอยู่บนผนังขนาดใหญ่ใน Art Botanic Garden จนกลายเป็นจุดที่คนตั้งใจมาให้เห็นด้วยตัวเอง

แนะนำตัวเอง + เส้นทางการเป็นจิตรกร
คุณนุ่นแนะนำตัวเองว่าเรียน “ศิลปกร” คณะมัณฑนศิลป์ แต่ที่พีคคือ…เธอไม่ได้เริ่มต้นจากสายอาร์ตเลย
“เรื่องจริงเลยนะ…นุ่นเป็นเด็กเรียนสายวิทย์ เรียนเก่ง แบบเนิร์ด ๆ ความสุขคือสอบได้ A”
เธอเล่าว่าจุดเปลี่ยนเริ่มจากไปเป็นเพื่อนติวสอบศิลปากร แล้วค่อย ๆ “ซึม” บรรยากาศของคนทำงานศิลปะอยู่เป็นปี จนสุดท้ายไปสอบตรงและ “ติด” แบบที่เพื่อนซึ่งตั้งใจอยากเข้า…กลับไม่ติด

แต่ชีวิตในรั้วมหาลัยก็ไม่ได้โรยกลีบกุหลาบ คุณนุ่นพูดตรง ๆ ว่า
“ปีหนึ่งเกรด 2.0 เพราะมันไม่ใช่วิชาฟิสิกส์เคมีแล้ว มันคือวาดรูป…แล้วนุ่นวาดไม่เป็น”
ถึงขั้นเคยคิดจะลาออก ก่อนจะมามีวันหนึ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษา “สอนใหม่เหมือนเด็กติว” เริ่มตั้งแต่วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม แล้วทุกอย่างค่อย ๆ กลับมา
“พอปีสี่ นุ่นส่งทีสิส 8 ครั้ง ได้ A ทุกครั้ง…แล้วถึงรู้ว่า ‘เออ นี่แหละ นุ่นรักศิลปะ’”
การได้สร้างงานที่ Art Botanic Garden โดยเฉพาะ “กำแพงพฤกษา” มีความหมายกับคุณนุ่นยังไง?
คุณนุ่นบอกชัดว่า งานนี้ไม่ใช่แค่งานหนึ่งชิ้น แต่เป็น “หมุด” สำคัญของชีวิต เพราะมันรวมทุกอย่างที่เธอผ่านมาทั้งความไม่มั่นใจ ความกลัว และการพิสูจน์ตัวเอง
เธอเล่าย้อนไปตอนถูกชวนมาดูพื้นที่ครั้งแรก ตอนนั้น “ยังเป็นดิน เป็นก่อสร้าง ไม่มีทางเชื่อม ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

แล้วเจ้าของพื้นที่บอกว่าจะให้วาด “ทั้งหมดนี่” คุณนุ่นหัวเราะก่อนเล่าว่า
“นุ่นนั่งเงียบไปพักนึง…แล้วเขาถาม ‘คุณทำได้ไหม’ นุ่นก็ตอบว่า ‘สบาย’…ทั้งที่ไม่เคยทำ”
ประโยคที่สะท้อนตัวเธอชัดมากคือ “นุ่นไม่เคยวาดรูปใหญ่ขนาดนี้หรอกค่ะ…แต่นุ่นเชื่อว่านุ่นทำได้”
แนวคิด/แรงบันดาลใจหลักของภาพชุดนี้คืออะไร และอยากให้คนรู้สึกยังไงเมื่อเดินอยู่ท่ามกลางงาน?
คุณนุ่นบอกว่าโจทย์ที่ได้คือ “ธรรมชาติ” และที่สำคัญคือ “ให้เป็นตัวคุณนุ่น” เธอเลยเริ่มจากคำถามง่าย ๆ แต่ลึกมาก
“นุ่นมานั่งตรงนี้หลายวันเลย…เพื่อคิดว่า ‘เราอยากรู้สึกแบบไหนกลับไป ถ้าเรามาที่นี่’”
แล้วคำตอบของเธอก็กลายเป็นคอนเซ็ปต์ที่คนสัมผัสได้ทันที
“นุ่นอยากให้คนมานั่งที่นี่แล้วได้เป็นตัวของตัวเอง…ต้นไม้ดอกไม้มันยังเป็นสีอะไรก็ได้ มันยังเพี้ยนได้เลย แล้วเราทำไมต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา”

เธอใช้คำที่น่ารักดี—บอกว่างานนี้มีความ “กบฏ” นิด ๆ ไม่ใช่กบฏเพื่อชนใคร แต่เป็นกบฏเพื่อ “ออกนอกกรอบ” และพักใจจากโลกข้างนอก
“มาที่นี่แล้วลืมโลกภายนอกสักแป๊บนึง…อะไรอยากดื้ออยู่ในใจก็แสดงออกได้”
งานศิลปะในพื้นที่สาธารณะ/อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ต่างจากวาดงานในพื้นที่ปิดหรือบนผืนผ้าใบยังไง?
คำตอบของคุณนุ่นค่อนข้างชัดและเท่มาก เพราะเธอบอกว่า…ความตั้งใจเหมือนเดิม
“ไม่ต่างนะคะ…มันคือการสื่อสารเหมือนกัน”
แล้วเธอเปรียบเทียบแบบเห็นภาพทันที
“มันเหมือนเป็นวิทยุอะ…เราไปตั้งตรงไหนก็ต้องการให้เขาได้ยิน”

สำหรับทีมเรา ฟังแล้วเข้าใจเลยว่า ต่อให้งานจะอยู่บนผนังขนาดยักษ์หรืออยู่บนผ้าใบเล็ก ๆ แก่นของมันคือ “อยากส่งความรู้สึกให้คนรับได้” เหมือนกัน
ถ้ามองในแง่ความภาคภูมิใจ งานนี้อยู่จุดไหนของเส้นทางชีวิตศิลปิน?
คุณนุ่นตอบแบบไม่ต้องคิดนาน
“ภูมิใจค่ะ…ไม่เคยทำงานเสร็จแล้วร้องไห้ นี่เป็นครั้งแรก”
เธอเล่าว่าวันสุดท้ายที่งานเสร็จ “น้ำตาไหลเลย” เพราะมันหนักจริงทั้งแรงกายและแรงใจ งานนี้ยังเป็นชิ้นที่ทำให้เธอเห็นรีแอคของคนแล้วรู้สึกว่า “มันสำเร็จ”
“ได้เห็นคนมาแล้วเขารีแอค…โอ๊ยมันคือเหมือนสำเร็จอะ”

หลังโปรเจกต์นี้ อยากทดลอง/พัฒนางานต่อยังไง?
คุณนุ่นบอกว่ามีโปรเจกต์ต่อแน่นอน และพูดแบบตื่นเต้นมากว่า
“ปีหน้าค่ะ…ใหญ่กว่านี้สองเท่า (ที่กรุงเทพ)”
แล้วก็ยังมีอีกมุมที่เธออยากทำต่อ คือ “โปรดักต์” จากลายเส้นของตัวเอง
“แพชชั่นจริง ๆ คืออยากทำโปรดักต์ค่ะ…อยากทำจากไลน์ลวดลาย”
รวมถึงแผนเรื่อง “สตูดิโอ” ที่บลูพอร์ต ที่จะเป็นพื้นที่ทำงานและต่อยอดของเธอในอนาคต

ในมุมของคุณนุ่น ศิลปะช่วยขับบรรยากาศ/ความรู้สึก/ภาพจำของหัวหินได้ยังไง?
คุณนุ่นตอบเร็วมากว่า “มากเลยค่ะ” แล้วขยายความต่อว่า
“ศิลปะสำหรับนุ่นไม่ใช่แค่สวย…มันคือความรู้สึกถึงการผ่อนคลาย ถึงการทำอะไรนอกกรอบ มันโฟลว์นิดนึง”
เธอบอกว่าพออาคารหรือพื้นที่หนึ่ง “มีศิลปะ” มันทำให้ความรู้สึก “พิเศษขึ้น” เหมือนช่วยเติมบรรยากาศการมาเที่ยวให้เต็มขึ้นอีกระดับ และยิ่งมีพื้นที่ศิลปะในเมืองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อเมืองและคนมาเยือน

ฝากข้อคิดถึงคนที่อยากเป็นจิตรกร/อยากทำงานศิลปะในพื้นที่จริงแบบนี้
คุณนุ่นไม่ได้สอนแบบทฤษฎี แต่แชร์แบบประสบการณ์ตรงมาก ๆ เธอบอกว่าอย่างแรกคือ “ประเมินงานให้จบในกระดาษก่อน”
“ประเมินให้เสร็จก่อน…จบกันในกระดาษก่อนว่างานจะกี่วันเสร็จ แล้วค่อยบวกเผื่อ”
และไม่ได้ประเมินแค่ทีมวาด แต่ต้องมองทั้งระบบ เพราะหน้างานมีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง เช่น นั่งร้าน ความปลอดภัย และปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

อีกช่วงที่น่ารักมากคือเรื่อง “ความเชื่อ” เพราะงานนี้เธอและทีมตั้งเป้าไว้ชัดว่า “ต้องเสร็จ”
“แผนมีแผนเดียวคือสามสิบต้องเสร็จ…ไม่มีแผนสอง”
และถึงฝนจะมากดเวลาไป เธอก็พาทีมกลับมาได้ด้วยการแตกงานเป็นก้อน ๆ ให้เห็นว่า “มันเป็นไปได้จริง”
สรุปส่งท้าย ฝากถึงคนที่จะมาเยือน Art Botanic Garden และอยากให้เปิดใจมองงานนี้ในมุมไหน?
คุณนุ่นชวนแบบเรียบ ๆ แต่ชัดมากว่า ที่นี่เป็นสวนที่ “มีอาร์ตเข้ามา” ไม่ใช่แค่กำแพง แต่จะมีประติมากรรม กิจกรรม และอีเวนต์ตามมาอีก และไม่ว่าคุณจะเดินมุมไหนของสวน ก็จะเห็น “กำแพงพฤกษา” เป็นเหมือนฉากหลังสำคัญของพื้นที่นี้
เธอทิ้งท้ายแบบเป็นกันเองด้วยว่า
“นุ่นมาที่นี่แทบทุกวัน…ช่วงนี้ถ้าใครมา อาจมีโอกาสเจอนุ่นด้วยนะคะ”

ข้อมูลติดต่อ
💐 Art Botanic Garden Hua Hin
📌 ข้างห้าง Bluport Hua Hin
⏰ เปิดทุกวัน เข้าชมฟรี 11:00 – 20:00 น.
🌏 แผนที่ Google Maps


