สาระน่ารู้

การตรวจสารเคมีในพื้นที่ทำงาน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

การทำงานในบางสถานที่อาจเกี่ยวข้องกับการสัมผัสสารเคมีอันตราย ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของพนักงานได้ การตรวจสารเคมีในพื้นที่ทำงานจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของบุคลากรและสิ่งแวดล้อมในองค์กร

ขั้นตอนการตรวจสารเคมีในพื้นที่ทำงาน

  1. ระบุชนิดของสารเคมี

ขั้นแรก ต้องเริ่มจากการระบุชนิดของสารเคมีที่ใช้ในพื้นที่ทำงาน ซึ่งสามารถทำได้โดย

  • ตรวจสอบเอกสารความปลอดภัยของสารเคมี (SDS) โดยเอกสาร SDS จะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสารเคมี เช่น ชื่อทางเคมี สูตรเคมี ลักษณะทางกายภาพและเคมี อันตรายที่อาจเกิดขึ้น วิธีการจัดการ การป้องกัน ตลอดจนการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน
  • สอบถามผู้จัดการหรือหัวหน้างานเกี่ยวกับชนิดและปริมาณของสารเคมีที่ใช้ในพื้นที่ทำงาน
  • สังเกตฉลากบนภาชนะบรรจุสารเคมี ซึ่งจะระบุชื่อสารเคมี คำเตือนด้านความปลอดภัย รหัสสารเคมี และบางครั้งอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบด้วย อย่างไรก็ตาม ควรใช้ฉลากเป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น และควรตรวจสอบกับ SDS เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง
  1. กำหนดจุดตรวจสารเคมีในพื้นที่ทำงาน

การกำหนดจุดตรวจสารเคมีในพื้นที่ทำงานเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำอย่างรอบคอบ โดยควรให้ความสำคัญกับบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสัมผัสสารเคมี ได้แก่

  • บริเวณที่มีการใช้งานสารเคมีโดยตรง เช่น บริเวณผสมสาร บริเวณผลิต หรือบริเวณที่ต้องมีการเทใส่หรือถ่ายเทสารเคมี เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะมีการรั่วไหล การหกหล่ม หรือการฟุ้งกระจายของสารเคมี
  • บริเวณที่มีการระบายอากาศไม่ดีพอ เช่น มุมอับ พื้นที่ปิดทึบ หรือสถานที่ที่มีการไหลเวียนของอากาศจำกัด ซึ่งอาจทำให้สารเคมีสะสมได้ในระดับที่ไม่ปลอดภัย
  • บริเวณที่ใช้สำหรับเก็บรักษาสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นห้องเก็บสารเคมี พื้นที่จัดเก็บภาชนะบรรจุ หรือบริเวณขนถ่ายสารเคมี เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลหากมีการจัดเก็บไม่ถูกวิธี
  • บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ดังกล่าวข้างต้น เพื่อตรวจสอบการแพร่กระจายของสารเคมีไปยังพื้นที่ข้างเคียง
  1. เลือกวิธีการตรวจ

การตรวจสารเคมีในพื้นที่ทำงานสามารถทำได้หลายวิธี โดยวิธีการหลัก ๆ ได้แก่

  • การตรวจวัดด้วยเครื่องมือวัด เป็นการใช้เครื่องมือตรวจวัดแบบพกพาเพื่อวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีในอากาศโดยตรง เช่น สารเคมีในรูปก๊าซหรือไอระเหย เครื่องมือเหล่านี้มีข้อดีคือให้ผลการวัดทันที สามารถนำไปตรวจวัดได้ทุกจุด แต่ข้อจำกัดคือมีราคาแพงและต้องได้รับการสอบเทียบอย่างสม่ำเสมอ
  • การเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เป็นการเก็บตัวอย่างอากาศหรือสารเคมีจากพื้นที่ทำงาน แล้วนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ข้อดีคือสามารถตรวจวัดได้หลากหลายชนิดสารเคมีและให้ผลที่แม่นยำสูง แต่ข้อจำกัดคือต้องใช้เวลารอผลการวิเคราะห์ และมีค่าใช้จ่ายสูง
  • การตรวจวัดทางชีวภาพ เป็นการตรวจวัดระดับสารเคมีในร่างกายพนักงานโดยตรง เช่นการตรวจปัสสาวะ เลือด หรือการสูดลมหายใจ เพื่อประเมินระดับการได้รับสารพิษ ข้อดีคือสามารถบ่งชี้ระดับการสัมผัสได้อย่างแม่นยำ แต่ข้อจำกัดคือเป็นการตรวจหลังจากการสัมผัสแล้ว ไม่สามารถใช้เป็นมาตรการป้องกันได้

จะเห็นได้ว่า การตรวจสารเคมีในพื้นที่ทำงานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกอุตสาหกรรมที่ต้องเกี่ยวข้องกับสารดังกล่าว เพื่อประเมินความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และควรดำเนินการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งติดตามผลการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

Avatar photo
พวกเราหัวหินทาวน์ จะมาบอกเล่าเรื่องราวดีดีๆเกี่ยวกับหัวหินให้เพื่อนๆได้ชมกันนะคะ คิดถึงหัวหิน คิดถึงพวกเรา หัวหินทาวน์